Sommanas 的个人资料"LIFE IS ABOUT CHOICES"照片日志列表更多 工具 帮助
Thanks for visiting!
请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

Pansanarm Sommanas

职业
地点
"I'll fulfilled in your dream."
没有相册。
7月19日

MAYA LIN

The Phenomenon between art and architecture 
MAYA LIN
Text by Xaroj Phrawong

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบบทความนี้ก็เลย แอบเอามาเก็บไว้อ่านมั่ง...




          ได้ทราบข่าวของผู้กำกับ Oliver Stone ผู้มีปมคาใจในสงครามเวียตนาม และดาราคนโปรด Bruce Willis ในหนังเรื่องใหม่  จากการที่ Stone ได้เข้าร่วมรบกับชาวเวียตในฐานะ GI ทำให้ลุงแกเกิดปมและมีหนังที่สร้างเนื่องจากสงครามเวียตนามอยู่หลายเรื่อง อย่างภาพยนต์ดีกรีออสการ์นาม PLATOON หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า "พิงค์วิลล์ " ( Pinkville )  เรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2511  แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแนวบู๊ล้างผลาญ แต่เนื้อหาจะเน้นไปยังการสอบสวนสืบสวนกรณีสังหารหมู่ชาวบ้านเวียตนามหลายร้อยคนที่หมู่บ้าน My Lai (หมีลาย) ใน Quang Ngai   สงครามไม่เคยให้อะไรกับใคร นอกจากสูญเสียด้วยกันทั้งคู่ แต่สงครามเวียตนามในครั้งนั้นได้สร้างให้เกิดปรากฏการณ์ในยุคหนึ่งของวงการบันเทิงบ้านเราที่นิยมลูกครึ่งฝรั่ง อันเป็นผลพวงจากสงครามเวียตนาม ดังที่เราจะพบลูกครึ่งอเมริกัน ทั้งคอเคเซี่ยน-อเมริกัน,อาฟริกัน-อเมริกัน แต่สงครามเวียตนามนอกจากจะเกิดปรากฏการณ์เหล่าดารา แต่ก็ยังให้โอกาสที่สำคัญแก่สาวน้อยผู้สร้างสรรศิลปะ และสถาปัตยกรรม ให้ปรากฏตัวเองในวงการได้อย่างไม่น่าเชื่อแบบเหนือความคาดหมาย

From Vietnam to D.C. ,Pinkville and MAYA LIN
          หลังจากสงครามเวียตนามจบลง ในอีกฟากของโลกเรา ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ได้มีการประกวดแบบเพื่อการสร้าง อนุสรณ์สถานทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม (Vietnam Veterans Memorial) และการประกวดครั้งนี้เองที่สร้างความประหลาดใจแก่ชาวบ้าน เพราะผู้ที่ชนะการประกวด ไม่ใช่นักออกแบบชื่อดังแต่เป็นเด็กสาวกำลังศึกษาปริญญาตรีที่ Yale University และเป็นเด็กสาวที่ไม่ใช่ฝรั่งหรือคอเคเซี่ยน แต่เป็นสาวน้อยเอเชีย อเมริกันเชื้อจีน นามว่า Maya Ying Lin
          Lin เกิดที่ Athens, Ohio   ท่ามกลางบรรยากาศของครอบครัวนักวิชาการที่ Ohio Universityโดยทั้งพ่อและแม่เป็นนักวิชาการทางศิลปะทั้งคู่ ครอบครัวของ Lin เป็นชาวจีนอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาลงหลักปักฐานที่ Ohio  แดนมะกันเมื่อปี 1958 แรกเริ่มเรียนที่ปริญญาตรีด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัย Yale แล้วเรียนต่อระดับปริญญาโทจนจบ M.Arch เมื่อปี 1986 ในชีวิตหลังจากนั้นก็ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์จากหลายสถาบัน .
          แต่สิ่งที่เรียกว่าทำให้ชีวิตเธอเริ่มต้นในการเป็นสถาปนิกผู้ก้ำกึ่งระหว่าง ศิลปะหรือสถาปัตยกรรมคือการที่ตอน Lin อายุได้ 21 ในปี 1981 เธอเอางานของเธอฝ่าด่านอรหันต์จากแบบแนวความคิดที่มาจากสารทิศกว่า 1,420 ชิ้น สิ่งที่เธอทำให้ได้ใจกรรมการก็คือการสร้างความระหว่าง ทั้งระหว่างประติมากรรมหรือสถาปัตยกรรม ระหว่างแสง-เงา ระหว่างคนเป็น-คนตาย


          ในงานชิ้นนี้Linได้สร้างงานออกแบบชิ้นนี้บนแนวความคิดแบบตะวันออกที่เป็นรากของเธอ โดยรายชื่อกว่า 58,253 ชื่อของทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามที่สาบสูญหรือตาย ได้ถูกสลักลงบนหินแกรนิตดำ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ทันทีเมื่อแรกมองด้วยมุมที่สะท้อนและย้อนแสงอาทิตย์ แต่จะต้องให้เงาของญาติผู้สูญเสียนั้นทาบลงบนอักษรรายชื่อของทหารที่สลักบน หินแกรนิตดำเสียก่อน ภาพอักษรนั้นจึงสามารถมองเห็นได้ และที่กลวิธีนี้เอง เป็นวิธีที่ Lin ใช้ให้เป็นการสื่อสารระหว่างคนเป็นและคนตาย ผ่านแสงและเงาของคนเป็นถึงคนตาย งานนี้เป็นรูปทรงงานเป็นตัว V คล้ายบูมเมอแรงที่มีจุดปลายของสเปซที่สนใจชวนฉงน เมื่อมาถึงสุดปลายทางของ V  แล้วก็จะพบกับเสา Obelisk , Washington Monument เพื่อจะบอกว่า ที่นี่ ที่วอชิงตันนี่ละ ที่ส่งทหารเหล่านี้ไปตายให้เหลือแค่เพียงชื่อสลักนี้  แม้ว่างานนี้จะมีอุปสรรคต่างๆมากมาย แต่งานนี้ก็เปิดการใช้งานในปี 1982 

         หลังจากนั้นดูราวกับว่าชีวิตของ Lin ได้เริ่มต้นในวงการ ภาพของเด็กสาวหน้าหมวยตาใสในตอนรับรางวัลยิ่งใหญ่ดูจะเปลี่ยนไปต่อจากนี้

After the first to the next step
          จากนั้นชีวิตการทำงานศิลปะของเธอก็ดำเนินต่อไป The Civil Rights Memorial ใน Montgomery, Alabama เป็นงานต่อเนื่องอีกชิ้นที่มีการนำเสนอเรื่องราวแบบงาน Vietnam Veterans Memorial หินแกรนิตดำ และการสลักชื่อ ยังเป็นสิ่งที่เธอนำมาใช้ แต่คราวนี้เป็นจุดประสงค์เพื่อบอกเรื่องราวของการต่อสู้ประชาชน 40 คน ในเรื่องการเหยียดผิวระหว่างปี 1954 และ 1968 งานนี้ Lin ใช้แนวความคิดจากการใช้วารีบำบัดเยียวยาและวลีเด็ดของนักเทศน์ผู้เป็นอมตะในใจชาวผิวสี Martin Luther King, Jr. ที่ว่า "... we will not be satisfied until justice rolls down like waters and righteousness like a mighty stream. ..." การตีความคำพูดสู่เรื่องราวของเนื้อหาจึงมาสู่ประติมากรรมชิ้นนี้ที่ได้เปิดตัวในปี 1989 ให้บอกถึงความน่าสนใจในตัวเธอ

          หลังจากจบปริญาโทในปี 1986  Lin ได้เริ่มตั้งสตูดิโอ Maya Lin Studio ของตัวเองในมหานครนิวยอร์ค ที่สร้างสรรงานทั้งแนวศิลปะ สถาปัตยกรรม และ เราอาจจะพบ Lin ในบทบาทของสถาปนิกน้อยกว่าประติมากร แต่ก็จะเป็นงานที่ดูโดดเด่นในงานที่ต้องการความเฉพาะอย่างยิ่งยวด กับการทำงานแนว memorial ก็ดูว่าเป็นสิ่งถูกโฉลกกับเธอมากทีเดียว


          The Riggio-Lynch Chapel Children's Defense Fund, Clinton, TN, 2004 เป็นการร่วมงานกับ Bialosky + Partners, Architects & Planners งานนี้ก็เช่นกัน ด้วยการสื่อสารด้วยการตีความกับเนื้อหาของงานก็เป็นสิ่งที่หยิบมานำเสนอ จุดเริ่มต้นอยู่ที่การตีความนามธรรมของเรือ Noah ที่นำเรื่องราวของการต่อเรือไม้สู่ผิวของโบสถ์หลังนี้ กับนำหลักของ Children's Defense Fund ที่บอกว่า   " Dear Lord be good to me/ The Sea is so wide/and my boat is so small " และยังมีความน่าสนใจในเรื่องของ programming ต่างๆ ที่มีการแบ่งอาคารออกเป็น 2 ส่วนแต่เชื่อมด้วยทางเดิน เชื่อมในส่วนบริหารและส่วนโบสถ์ที่มีความแตกต่างกันด้วย form ที่เป็นเรือไม้นามธรรม กับกล่องคอนกรีต


         ช่วงชีวิตของLin เติบโตท่ามกลางสังคมวัฒนธรรมตะวันตก แต่จุดที่ทำให้เธอมาสนใจรากเหง้าของเธอมากขึ้นก็จากการที่รับทำงานออกแบบ The Museum of Chinese in America's (MOCA) ในย่าน Chinatown, New York  งานนี้ตั้งอยู่ระหว่างสองบลอคถนน เป็นโครงการที่เชื่อมสองวัฒนธรรมของศิลปะร่วมสมัยกับไชน่าทาวน์แบบดั้งเดิม MOCA ถูกชักชวนให้เข้าสู่เรื่องราวด้วยหน้าต่างที่เป็นส่วนเชื่อมสำคัญ ที่จะบอกเรื่องราวของชาวจีนที่อพยพมาตั้งแต่ยุค 1800 จนปัจจุบันอย่างเป็นลำดับตามกาพย์ และยังมีการรวมถึงสเปซที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรศิลปะทั้ง ภาพยนต์ หรือเวิร์คชอปต่างๆ
ปัจจุบันในปัจฉิมวัยของ Lin ยังคงทำงานควบคู่กันไปทั้งศิลปะ และสถาปัตยกรรม ให้เป็นเนื้อเรื่องเดียวกันในการหลอมรวมสเปซ และมีการตีความใหม่ๆให้น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง 

Where are we going on the next milestone?
          เมื่อมองจากนอกเข้ามาในบ้านเรา การที่จะบอกว่าชนชาติไหนมีทักษะด้านงานออกแบบไม่เท่ากันก็คงจะไม่จริงเสมอไป วิชาชีพนี้เป็นงานที่ใช้สมองมากกว่าแรงกาย ทุกๆเชื้อชาติจึงมีสิทธิ์ที่จะทำผิด ดี เลว พลาด และสร้างความงามได้ไม่ต่างกัน  Maya Lin ก็เป็นข้อพิสูจน์อีก 1 ที่ทำให้เราเห็นได้ จากการทำงานหนักและการไม่ทิ้งความตั้งใจ ที่มี ความหลงใหลต่อสิ่งที่ทำมันด้วยความเชื่อเป็นสิ่งยึดถือ 
         ถ้าอ่านบทความนี้แล้วไม่จุใจ ขออนุญาตแนะนำให้ไปหาภาพยนต์สารคดี Maya Lin: A Strong Clear Vision ,1994 โดย Freida Lee Mock ที่การันตีด้วยรางวัลสารคดียอดเยี่ยม  Academy Award for Documentary Feature เมื่อปี 1995 ชมจบแล้วจะเข้าใจถึงการทำงานหนักที่ผ่านมาของเธอได้เป็นอย่างดี แม้ว่าอะไรรายรอบตัวเราดูจะหดหู่มีแต่ข่าวรุมเร้าทั่งเศรษฐกิจ โรคภัย การเมือง อาจจะมีรอยหดหู่เปื้อนหน้า แต่ยังไงก็อย่าลืมฝึกฝนทักษะลับมือไว้เพื่อรับมือเมื่อโอกาสมาถึง ก่อนจากขอฝากไว้   “ ทุกหลังสงครามล้วนมีเศรษฐีใหม่ “  โอกาสมีอยู่เสมอ สู้ต่อไป!


Bibliography
www.mayalin.com
B1Magazine volume3 issue 21 
 

Windows Media Player

尚未添加列表。